Laika? 🐶

Laika is a Blockchain development tool that helps you request to smart contract without having the hassle to write a single line of code.

Laika aims to provide developers with easy to use interface when working with smart contracts, auto-generated code, documentation tools, and enhance team collaboration.

To put simply what Laika aims to be is what Postman was for Web 2.0 for the Web 3.0

Motivation

ก่อนอื่นเลยเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมถึงต้องทำการสุ่ม โดยมีการถ่วงน้ำหนักกันครับ

การสุ่มแบบถ่วงน้ำหนักถือเป็นปัญหานึงที่มีการใช้งานบ่อยๆในการเขียนโปรแกรมปกติ หรือในสถาณการณ์ปกติในชีวิตประจำวันของเรา

สมมติว่ามีบอล 4 สี

สมมติว่าเรามีลูกบอลอยู่ 4 สี แล้วต้องการที่จะสุ่มหยิบออกมาซักลูกนึง จะสามารถเขียนโปรแกรมได้อย่างไร?

หรือถ้าจะยกตัวอย่างที่ใกล้เคียงกันกับโลก Smart Contract มากขึ้น ทุกวันนี้อาจจะนึกถึงการสุ่ม NFTs ได้ครับ

เหตุผลที่เขียนบทความนี้เกิดขึ้นมาจากเหตุการณ์เล็กๆที่เกิดขึ้นกับตัวครับ (🤣)

Solidity

พอดีว่าผมกับเพื่อนๆในภาคเดียวกันหารกันซื้อ Antminer มาตัวนึง เพื่อที่จะขุด BTC โดยพวกเราก็เอาไปลง Pool ของ Binance พอได้ส่วนแบ่งก็จะได้โอนกันได้ง่ายๆ เผื่อใครอยากเอาไปเทรดก็เอาไปเทรดกันเลย หรือใครอยากเอาแปรธาตุ DeFi ก็เอาไปทำได้เลย

แน่นอนว่าทุกๆครั้งที่มีการปันผลเราก็จะต้องมานั่งโอน BTC ไปให้เพื่อนแต่ละคนๆ ตามหุ้นที่แต่ละคนหารกันไว้ ซึ่งถามว่ายากมั้ยก็ไม่ยากหรอก แต่มันไม่เท่ (🤣)

ว่าแล้วว่างๆผมก็เลยลองเขียน Smart Contract ขึ้นมา เพื่อที่จะแบ่ง BTC ที่ได้ไปที่กระเป๋าของแต่ละคนง่ายๆครับ…

ก่อนอื่นก็ อยากจะขอออกตัวว่าผมเคยอ่านหนังสือเล่มนึงของ Jared Diamond มาก่อนแล้ว คือเล่ม ปืน เชื้อโรค และเหล็กกล้า ซึ่งก็เป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมชอบมากๆ และนับเป็นเล่มนึงที่อยู่ท็อปอันดับต้นๆเลยของหนังสือที่ผมเคยอ่าน

เพราะฉะนั้นแล้วก็อาจจะมี bias อะไรบ้างนิดหน่อยตอนอ่านเล่มนี้ครับ 😂

หนังสือ Upheaval เขียนโดยคุณ Jared Diamond เล่มที่ผมได้มาอ่านเป็นเวอร์ชันแปลไทยโดยสำนักพิมพ์ยิปซี ซึ่งผมสั่งมาจาก Readery ประมาณช่วงต้นปีครับ แล้วก็ได้หยิบมาอ่านไม่นานมานี้

เนื้อหาของ Upheaval เป็นไปตามชื่อหนังสือเลย คือเล่าเรื่องวิกฤติต่างๆ ที่เป็นเหมือน Tipping Point สำคัญในแต่ละประเทศ โดยหนังสือเล่มนี้มีการยกประเทศมา 7 ประเทศ คือ ฟินแลนด์ ญี่ปุ่น ชิลี อินโดนีเซีย เยอรมันนี และ ออสเตรเลีย ซึ่งวิกฤติของแต่ละประเทศที่คุณ Jared ยกขึ้นมานี้ก็มีทั้งจุดที่เหมือนและจุดที่แตกต่างกันไป

ถ้าใครเคยอ่านเล่มปืน เชื้อโรค และเหล็กกล้า ผมคิดว่ากลิ่นอายของหนังสือเล่มนี้ก็มีความใกล้เคียงกันกับเล่มนั้น เพียงแต่เมื่อลองมองละเอียดเข้าไปในเรื่องของ แต่ละประเทศแล้ว อาจจะต้องใช้แนวความคิดที่แตกต่าง และละเอียดอ่อนมากขึ้นในการมองมากกว่าที่คุณ Jared เคยเขียนไว้ในเล่มนั้น

ปกหนังสือ Upheaval (ภาพจาก สนพ. ยิปซี)

เนื้อหาของ Upheaval ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนครับ

ส่วนแรกเป็นส่วนเล็กๆ ที่เล่าถึงประวัติส่วนตัวในสภาวะวิกฤติของคุณ Jared เอง ซึ่งเป็นเหมือนจุด Tipping Point ของตัวเค้า จากนั้นก็นำไปสู่แนวทางในการมองและวิเคราะห์ปัจจัยของเหตุการณ์วิกฤติ แล้วก็ปูไปสู่วิกฤติของประเทศ ซึ่งในบทนี้เป็นเหมือนการบอกเล่าว่าจริงๆแล้ว เราสามารถใช้ชุดความคิดเดียวกันในการมองวิกฤติส่วนบุคคลในการมองวิกฤติของประเทศ หรือภูมิภาคได้

ส่วนที่สองจะเป็นส่วนที่เล่าถึงเหตุการณ์วิกฤติที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้ว ในประเทศต่างๆ 7 ประเทศ ตามที่ผมได้เล่าไว้ข้างบนครับ ส่วนตัวผมคิดว่าตรงนี้นี่แหละที่เป็นส่วนที่เป็น page turner มากๆ คุณ Jared เขียนไว้ดี สนุกและเล่าเรื่องเหตุการณ์ต่างๆได้ค่อนข้างละเอียด โดยในแต่ละบทที่เขียนก็จะปิดท้ายด้วยการวิเคราะห์วิกฤติโดยอิงจากชุดความคิดที่ปูมาในส่วนแรก

ส่วนสุดท้ายของหนังสือจะเป็นการมองไปที่อนาคตข้างหน้า วิกฤติที่มีโอกาสเกิดขึ้นคืออะไร โดยใจความหลักๆที่เล่าก็จะมีเรื่องของการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งทุกวันนี้เห็นได้ชัดเจนในประเทศญี่ปุ่น

และอีกเรื่องที่สำคัญเลยคือการเสื่อมถอยลงของระบอบประชาธิปไตยในสหรัฐรวมไปถึงประเทศเสรีฯทั่วโลก (ตรงนี้อาจจะขึ้นกับมุมมองของแต่ละบุคคลด้วยแต่ผมคิดว่ามีความ make sense ประมาณนึง ถ้าใครสนใจอยากให้ลองหามาอ่านดูครับ) โดยผมคิดว่าหัวข้อนี้มีความน่าสนใจมากๆ คุณ Jared เล่าถึงของ Technology ที่มีผลต่อการลดลงของการประนีประนอม ซึ่งในความคิดของคุณ Jared ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในประชาธิปไตย กำลังถูกลดคุณค่าลงในสังคมอเมริกัน และอื่นๆ

ยังไงก็ตาม ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้ถึงจะเป็นหนังสือที่มีความหนาอยู่พอสมควร (หนากว่า Sapiens อีก 😂) แต่ผมคิดว่ามันมีความ Page Turner มากๆ อีกทั้งในช่วงวิกฤติแบบนี้ ผมคิดว่าชุดความคิดของคุณ Jared ถือเป็นชุดความคิดที่น่าสนใจมากๆ ถ้าหากใครอยากลองมาวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ณ ปัจจุบันนี้ครับ

หนังสือเศรษฐกิจสามสี เศรษฐกิจแห่งอนาคต เขียนโดยคุณ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ถือเป็นหนังสือเล่มนึงที่มีความหนาไม่มากครับ คือเป็นหนังสือเล่มเล็กๆนั่นแหละ แต่เนื้อหาที่มีในหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้เล็กเหมือนขนาดของเล่มเลยครับ

เศรษฐกิจสามสีเป็นหนังสือเล่มนึงที่ผมรู้สึกว่าเป็น page turner พอสมควร หยิบขึ้นมาอ่านแล้วก็จะวางแทบจะไม่ลงเพราะแต่ละบทเชื่อมโยงถึงกันทำให้มีความสนุกในการอ่านมาก แม้แต่ผมที่เป็นคนนิสัยไม่ใช่ Speed Reader ก็ยังใช้เวลาอ่านอยู่ไม่นานซักเท่าไร ถ้าใครที่เป็น Speed Reader ก็อาจจะอ่านจบแปปๆเลยก็ได้

แต่ถ้าไม่นับการเรียบเรียง สิ่งที่สำคัญที่สุดของหนังสือเล่มนี้ก็คือเนื้อหาที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อนี่แหละครับ หนังสือเล่มนี้ตั้งใจจะเล่าถึงการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยยึดระบบทุนนิยมเป็นใจกลางในการเล่าเรื่องต่างๆ ที่เชื่อมโยงออกไปหาทั้ง สภาพความเจริญของสังคม ระบบการปกครอง หรือแม้แต่ค่านิยมในสังคม โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักๆ ดังนี้

  • ส่วนแรกก็จะเป็นบทที่เกริ่นถึงความเป็นมา และอดีตของความเป็นทุนนิยม วิวัฒนาการคร่าวๆของระบบทุนนิยม
  • ส่วนที่สองจะเล่าถึงประเทศในเอเชียที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และถูกทั่วโลกยกเป็นเสือเศรษฐกิจแห่งเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ โดยก็มีการเล่าไปถึงเบื้องหลังว่าปัจจัยอะไรทำให้เกิดความสำเร็จในประเทศเหล่านี้ได้ (และเป็นไปได้หรือเปล่าที่ประเทศไทยจะลองเลียนแบบดูบ้าง ?)
  • ส่วนที่สามเป็นการหันกลับมามองประเทศของเราเอง ว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ประเทศเราเป็นประเทศของเราในทุกวันนี้ อะไรเป็นจุดที่ทำให้เราติดหล่ม อะไรเป็นเหตุผลที่เราพัฒนาอย่างรวดเร็วช่วงแรกๆ รวมไปถึงเล่าเรื่องวิกฤติการณ์อย่างต้มยำกุ้ง
  • ส่วนสุดท้ายของหนังสือเป็นที่มาของหนังสือเล่มนี้ครับ คือลองมองออกไปในอนาคตว่าโลกเศรษฐกิจในอนาคตควรจะเป็น หรือน่าจะเป็นอย่างไร ตามชื่อของหนังสือว่าเศรษฐกิจในอนาคตจะประกอบไปด้วยสี 3 สี คือสีเขียว แสดงถึงธุรกิจที่รักษ์โลกมากขึ้น สีเทา แสดงถึงสังคมโลกที่เริ่มก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และสีทอง แสดงถึงฉันทามติใหม่ๆที่เราในฐานะมนุษย์ต้องร่วมมือกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพื่อให้โลกหมุนต่อไป

ผมคิดว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือเกี่ยวกับเศรษฐกิจที่สามารถอธิบายภาพต่างๆได้ชัดเจนมาก และอย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่าหนังสือเล่มนี้ผมยกให้เป็น page turner ดีๆเล่มนึงเลยครับ

สุดท้ายนี้ผมก็เลยคิดว่ามันเป็นหนังสือที่คนไทยทุกคนควรอ่านมากๆครับ ไม่สำคัญเฉพาะว่าคุณสนใจเรื่องเศรษฐกิจเท่านั้น

ปกหนังสือเศรษฐกิจสามสี ภาพจาก goodreads.com

Nonthakon Jitchiranant

:-D

Get the Medium app

A button that says 'Download on the App Store', and if clicked it will lead you to the iOS App store
A button that says 'Get it on, Google Play', and if clicked it will lead you to the Google Play store